<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18064</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักธุรกิจปัดเอี่ยว แก๊งฉ้อโกงตร.เลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักธุรกิจชื่อดังขอนแก่นยันไม่เกี่ยวข้องคดี &amp;ldquo;ผู้การสุทิพย์&amp;rdquo; ถูกสื่อจับโยงเพราะไปพบนายตำรวจที่ บช.ภ.4 ระหว่างมีการสอบปากคำผู้ต้องหาพอดี ทำให้สื่อเข้าใจผิด ถ่ายรูปลงประกอบข่าวสร้างความเสียหาย ด้านผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนฯ เชียงใหม่ ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ยื่นลาออกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 กันยายนนี้ ที่โรงแรมแมมมอธ รีสอร์ท เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสุรสิทธิ์ ทุมมา อายุ 49 ปี ประธานสภาทนายความ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วยนางสัมฤทธิ์ &amp;nbsp;มหาโยธารักษ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 406/1 ซอยหนองวัด ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นักธุรกิจชื่อดังของจังหวัด และ น.ส.อิชยา กสิกรรม อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/9-10 หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ร่วมกันแถลงข่าวกรณีมีภาพของนางสัมฤทธิ์ และ น.ส.อิชยา ปรากฏในข่าวเมื่อวันที่ 18 ก.ย.2561 จนเกิดความเข้าใจที่สับสนและคาดเคลื่อนอย่างมาก เนื่องจากบุคคลทั้ง 2 ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ผู้ต้องหารายสำคัญในคดีทุจริตโครงการรวมหนี้และโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสัมฤทธิ์กล่าวว่า ในวันดังกล่าวได้เดินทางมาพร้อมกับหลานสาว เพื่อพบกับนายตำรวจที่รู้จักกันใน บช.ภ.4 โดยไม่ทราบว่าเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบปากคำในคดีฉ้อโกงของตำรวจภูธร จ.เลย แต่อย่างใด โดยเมื่อตนกับหลานจะกลับ ก็มีสื่อมวลชนมาบันทึกภาพ ก่อนที่จะมีภาพปรากฏกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริต ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย ทำให้ขณะนี้ครอบครัวเสียหายอย่างมาก เพราะถูกสังคมมองว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีสำคัญนี้ ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสุรสิทธิ์กล่าวว่า ทีมทนายความได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งเป็นภาพที่สื่อนำเสนอข่าวไป โดยเบื้องต้นพบว่ามีรายการข่าวทีวีช่องหนึ่ง และสื่อออนไลน์อีก 2 สำนัก ที่มีการนำภาพของผู้เสียหายทั้ง 2 คนไปประกอบในข่าว ซึ่งแม้ว่าในเนื้อหาข่าวนั้นไม่มีชื่อของผู้เสียหาย แต่ภาพที่ปรากฏยืนยันได้ถึงตัวบุคคล จึงขอชี้แจงเพื่อให้สื่อมวลชนนั้นได้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องด้วย &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม 2 ราย ที่มีส่วนพัวพันในคดีฉ้อโกงออกจากราชการศาลอุทธรณ์ไว้ก่อนนั้น ขณะนี้ได้มีผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ ยื่นหนังสือขอลาออก 1 ราย หลังจากได้เข้าพบพนักงานสอบสวนช่วงก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ผู้พิพากษารายดังกล่าวไม่ได้เป็นข้าราชการประจำ เพียงแต่มาช่วยงานตามแต่ประเภทคดี ในด้านคดีอาญาก็ว่าไปตามขั้นตอนกฎหมายตามปกติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18064</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช, สราวุธ เบญจกุล, สัมฤทธิ์  มหาโยธารักษ์, สุรสิทธิ์ ทุมมา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิชยา กสิกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3997a9707a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
